การแปรรูปกาแฟ
เมื่อผลกาแฟถูกเก็บมาจากต้นกาแฟแล้ว ยังต้องผ่านขั้นตอนอีกจำนวนมากเพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่อยู่ข้างใน ดังนี้
 
1. Natural process (dry process)
 
เชอรี่กาแฟ เมื่อถูกคัดแยกด้วยตะแกรงร่อนหรือด้วยมือแล้ว จะถูกนำมาตากแห้งทันทีหลังเก็บเกี่ยว หลังตากแห้งประมาณ 20 วัน ส่วนเปลือกก็จะแห้งไป สามารถล่อนออกจากเมล็ดด้านในได้ง่าย จากนั้นเชอรี่ที่แห้งนี้จะถูกนำไปเข้าเครื่องจักรสำหรับแยกเปลือกและเมล็ดต่อไป 
 
จะสังเกตว่ากระบวนการนี้ไม่ใช้น้ำเลยในการโปรเซส จึงเป็นที่มาของชื่อ dry process
 
 
2. Washed process (wet process)
 
ในกระบวนการนี้ เชอรี่กาแฟมักถูกคัดแยกเบื้องต้นด้วยการลอยน้ำในแทงค์น้ำใหญ่ ๆ เมล็ดที่ยังไม่สุกดีจะลอยขึ้นบนผิวน้ำ ส่วนเมล็ดที่สุกแล้วจะจมลงก้นแทงค์ จากนั้นเมล็ดที่สุกแล้วจะถูกนำไปแยกเปลือกกับเมล็ดด้วยเครื่องจักร ทว่าการแยกเปลือกกับเมล็ดแต่เนิ่น ๆ ในกระบวนการนี้ จะยังเหลือเมือกลื่น ๆ ติดเมล็ดอยู่ ต่างกับวิธี dry process ข้างต้น เยื่อเมือกนี้จำเป็นต้องถูกแยกออกอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยวิธีที่แพร่หลายที่สุดสำหรับขั้นตอนนี้ คือการนำเมล็ดที่ยังมีเมือกไปหมักในแทงค์น้ำอีกแทงค์หนึ่งแล้วปิดฝาไว้ ประมาณ 12-36 ชม. เพื่อให้จุลชีพค่อย ๆ ย่อยเมือกนี้จนหลุดไป แล้วจึงนำเมล็ดที่ถูกย่อยเมือกแล้วมาฉีดล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้งอีกประมาณ 20 วัน
 
จะสังเกตว่ากระบวนการนี้ใช้น้ำในเกือบทุกขั้นตอน จึงเป็นที่มาของชื่อ wet หรือ washed process
 
 
3. Honey process
 
กระบวนการนี้คือลูกผสมระหว่าง natural กับ washed process คือเร่ิมต้นแบบ washed ด้วยการแยกเปลือกกับเมล็ดด้วยเครื่องจักรแต่แรกให้ได้เมล็ดที่เคลือบด้วยเยื่อเมือก แต่นำเมล็ดยังมีเมือกนี้ไปตากแห้งต่อแบบ natural โดยไม่นำไปหมักในแทงค์อีก ในกระบวนการนี้เยื่อเมือกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีเหลือง ลักษณะภายนอกเหมือนมีน้ำผึ้งมาเคลือบเมล็ดไว้ จึงเป็นที่มาของชื่อ honey process
 
 
แน่นอนว่าแต่ละวิธีการก็ย่อมให้กลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป อย่าง washed process ก็จะได้รสชาติที่สว่าง กลิ่นที่ชัดเจน เนื่องจากเนื้อกาแฟถูกฉีดให้หลุดไปตั้งแต่แรก คงไว้แต่รสและกลิ่นที่เป็นของเมล็ดกาแฟเท่านั้น ในขณะที่ dry process ซึ่งปล่อยให้เนื้อและเมือกกาแฟได้ค่อย ๆ ซึมเข้าข้างในสู่เมล็ดระหว่างรอแห้งนั้น ก็จะให้รสชาติที่ซับซ้อน และกลิ่นที่คล้ายไวน์หรือการหมักอาหาร ส่วน honey process ก็จะอยู่กึ่งกลางระหว่างสองแบบนี้
 
การ process ทั้งสามวิธีนี้ จุดหมายปลายทางแล้วจะได้เมล็ดกาแฟเขียว ๆ ที่เรียกกันว่า “สารกาแฟดิบ"